Feed on
รายการ
ความคิดเห็น

poll in blognone

นอกจากเข้าไปอ่านข่าวไอทีใน blognone แล้ว อีกอันที่ชอบก็คือ โพล โพลของบล็อกนั้นมักจะมีอะไรที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ

คราวนี้ก็เหมือนกัน อินเทรนด์สุดๆ

ทีแรก สะดุดที่ 30:70 ก่อนเพราะเพิ่งผ่านไปไม่นาน จนพี่ป้องบอกว่ามี 74:76 ด้วย ถึงนึกขึ้นได้ ……..แสรดดดด~~~

ถึงคราวคนป่วย

หลังจากคราวที่แล้วปลา (ถูกสันนิษฐานว่า/ถูกทำให้) ป่วย คราวนี้คนใส่พาราฯ ให้ปลาป่วยซะเอง

แม่เป็นหวัด ไข้ขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ แต่ดื้อไม่ยอมไปหาหมอ จนเราเองป่วยบ้าง ไข้ขึ้นเหมือนกัน เลยได้ฤกษ์จูงมือกันไปหาหมอ

วันจันทร์ก็ยังไม่ดีขึ้น แต่ก็ออกไปทำงาน เพราะนอนอยู่ในบ้านมันอุดอู้และอากาศไม่ถ่ายเท บ้านติดถนน ต้องเปิดแอร์ตลอด ไม่งั้นร้อนตับแตก แต่เปิดแอร์ก็หนาวอีก (ช่างไม่มีความพอดีเอาเลย)

วันนี้ก็ยังไอค่อกแค่ก ตัดสินใจว่าคงต้องนอนซักวันจริงๆ เลยใจง่ายไปตามคำชวนของพี่ยุ้ยที่เสนอว่า ไปนอนบ้านเรามั้ย?

เดินทางด้วย 507 เป็นรถ ปอ. รุ่นบุกเบิก เก่ามากๆ แล้ว (รถเมล์คันไหนไม่เก่าบ้าง?) หลังจากนั่งลงก็เหลือบไปเห็น

อ่านต่อ »

Freedom of Speech NOW!

ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูกบังคับให้ปิดลง


ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์

อ่านต่อ »

ปลาป่วย

ชั้นล่างของบ้าน เปิดเป็นร้านขายของ เลยไม่มีที่ว่างให้เลี้ยงสัตว์ได้ นอกจากวางตู้ปลาของพ่อ แถมเมื่อก่อนแถวบ้านมีหมาตัวใหญ่ ที่เคยกัดพ่อ และงับเพื่อนข้างบ้านมาแล้ว เวลาเจอหมา พ่อเลยชอบกลัวว่า หมาจะมากัดลูกเดาว่านี่ก็เลยเป็นสาเหตุให้เรากับน้องๆ กลัวหมา ไม่กล้าจับหมาแมว อ้อ จริงๆ ก็มีแมวหลงมาเหมือนกัน แต่มันจะอยู่โซนหลังบ้าน ไม่มาป้วนเปี้ยน เพราะงั้นก็เลยไม่ถูกกับสัตว์หรืออะไรขนๆ ซักเท่าไหร่

จำได้ว่า ตอนที่อ่าน wildlife (สัตวแพทย์มือใหม่ หัวใจเมโลด)ี้ เล่มสิบกว่าๆ ที่แนะนำวิธีเลี้ยงปลาทอง แล้วก็อยากเลี้ยงขึ้นมา แต่ก็ทำได้แค่อยาก เพราะขืนเลี้ยงมีหวังมันต้องไม่รอดแน่จัดการชีวิตตัวเองยังไม่ได้ แล้วจะไปจัดการชีวิตปลาน้อยได้ไง

 

วันนี้อยู่บ้าน ตอนเย็นลงไปนั่งกินขนม เลยได้ยินแม่คุยกับคนรู้จักที่บ่นว่า วันก่อน ปลาที่บ้านทยอยกันตาย เพราะไม่ค่อยมีคนสนใจ มันร้อน เอามือลงไปในน้ำ น้ำอุ่นๆ แม่บอกแล้วก็เล่าว่า อาทิตย์ก่อน พ่อก็เอาน้ำแข็งมาใส่ตู้ปลาซะสองถุง เป็นอันว่าปลารอด วันก่อนอีก แม่เห็นท้องปลามันพองๆ เหมือนกับมันกินแล้วไม่ย่อย แม่เลยเอาอีโน (คลายกรดลงแน่นเฟ้อ) เทลงตู้ ฟองฟ่อด พระเจ้า! เท็ตโชมากๆ เข้าใจอะไรขนาดนั้น ยังๆ ไม่หมด ปลาหัวทิ่ม แม่เอาเกลือใส่ตู้ ปลาก็หายดี แล้วยังเคยบดพาราเซตามอน ใส่ลงไปด้วย (ที่เล่ามา แม่บอกว่าพ่อไม่รู้ ขืนรู้มีหวังโวยวายแน่แต่พ่อเองก็ใส่น้ำแข็งในตู้ปลาเหมือนกันแหละ)

ตอนบ่ายแก่ๆ ที่สีลม ฝนตกหนักและนาน ในหน้าหนาว (เข้าใจว่า หน้าหนาว)
เรียกแท็กซี่ทั้งหมด 6 คัน สามล้อ 5 คัน  ไม่มีใครไป (จำนวนนี่ไม่มั่นใจว่าถูกเป๊ะ แต่ไม่เกินแน่นอน) (จุดหมายคือโลตัสพระรามสี่)
แท็กซี่ทั้งหมด บอกว่า ไม่ไป ไม่ทัน สามล้อบางคันเรียกแพง เราเองที่ตัดสินใจไม่ไป

แว่บนึงแอบคิดแย่ๆ ว่า ถ้าใครอยากรู้สึกถึงความเป็นต่อ มีอำนาจต่อรอง ให้ไปขับรถแท็กซี่ หรือสามล้อช่วงฝนตกดู แต่… ตอนตั้งสติได้ ก็เออ แท็กซี่ก็ไม่ได้ผิดอะไร ถ้าเราจะต้องส่งรถแล้ว แต่ได้ผู้โดยสารที่ไปทางเดียวกันด้วย ก็คงจะดี (หลักกำไรสูงสุด) สำหรับสามล้อ ในเวลาปกติ เราก็คงไม่เลือกขึ้นสามล้อ เพราะเหม็นควัน ซิ่งจัด และร้อน เขาเองก็คงมีสิทธิเลือกเส้นทางเหมือนกัน? เราอาจจะใช้อารมณ์มากไปหน่อย อาจจะจริงก็ได้ที่มีใครเคยบอกว่า คนรุ่นเราไม่รู้จักการรอคอย –ยังไม่เชื่อทั้งหมด แต่ก็รับว่ามีส่วน)

ช่วงที่รอๆ เรียกๆ ไปยืนรอริมฟุตบาท สลับกับใต้หลังคาของธนาคารกรุงเทพ จะโทรเรียกแท็กซี่ให้มารับ เคยได้ยินว่า มีบริการเรียกแท็กซี่ให้ เสีย 20 บาท ปรากฎว่า 1681 โทรแล้ว เขาแค่ถามว่าอยู่ตรงไหน และบอกว่าจะประชาสัมพันธ์ให้ ถามไปว่าไม่มีแบบระบุ แบบที่ได้รถชัวร์ๆ หรือ เขาบอกไม่มี –ตอนหลังพี่ที่ออฟฟิศต่างบอกว่า เขาจะไปหารถก่อน หาได้แล้วถึงจะติดต่อมา …เป็นไปไม่ได้ เพราะเราถามเองแล้ว และเขาคงไม่หาแท็กซี่นานขนาดนั้นมั้ง (ถ้าทำเป็นธุรกิจ) เนื่องจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง กว่า กว่าแล้ว!

ใครมีเบอร์เวิร์คๆ บอกต่อด้วยน้าาา :)

สุดท้ายกลับบ้านกับพี่วิน … พี่วินมอไซค์   (สีลม-โลตัสพระรามสี่ 60 บาท) (เป็นการนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างระยะยาว รองจากโลตัส-มธ.ท่าพระจันทร์ 180บาท เมื่อต้นเดือนที่แล้ว)

คืนวันศุกร์ทำงานไม่เสร็จ นอนไปตีสาม ตื่นมาแปดโมง นั่งทำงานต่อ จนเก้าโมงครึ่ง กระเด้งตัวไปอาบน้ำ และออกจากบ้านตอนเก้าโมงห้าสิบห้า ไปถึงงานสิบโมงพอดิบพอดี (นั่งมอไซค์ไปใกล้บ้านมากๆ)

Barcamp Bangkok

มาถึงงงๆ เล็กน้อย ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหน

พองานเริ่ม คนจัดให้คนที่มีหัวข้อจะพูด มาเขียนหัวข้อแล้วแปะกระจกไว้ ใครสนใจเรื่องไหนก็ไป “เอา” (เฮ้ย นั่นมันดูโอคอร์แล่ว) ใครสนใจเรื่องไหนก็ไปติ๊กๆ ไว้ เพราะหัวข้อมีเยอะ เขาเลยจะเลือกจากอันที่มีคนติ๊กเยอะ อันที่ฮือฮาคงเป็นเรื่อง AV Development Life Cycle ที่นอกภาษาไทย อังกฤษแล้ว มีคนมาเติมภาษาเกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ ให้ด้วย

อ่านต่อ »

Across the Universe

หลังดู Across the Universe จบ ก็อยู่แต่กับหน้าคอมฯ มาตั้งแต่ค่ำๆ นั่งอ่านเรื่องเกี่ยวกับหนัง เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย นั่งดูคลิปสัมภาษณ์นักแสดง มีอันนึงในวิกิ อ่านแล้วรู้สึกว่า ถ้ารู้เรื่อง the Beatles มากกว่านี้ ตอนไปดูคงสนุกขึ้นอีก เช่น คลับที่ Jude เต้นรำกับแฟนสาวตอนต้นเรื่อง คือ cavern club ที่เดียวที่ Brian Epstein ผู้จัดการวง the Beatles เจอ the Beatles ครั้งแรก, ฉากที่ Jude จูบกับแฟนสาวที่อู่เรือ เป็นมุมกล้องเดียวกับในมิวสิกวิดีโอ Free As a Bird ของ the Beatles, ประโยคบางประโยคในหนัง เอามาจากเพลงของ the Beatles

นอกจากเรื่องของ the Beatles แล้ว เราว่าหนังเรื่องนี้ยังทำให้อยากอ่านเรื่องสงครามเวียดนามขึ้นมาอีก (หลังจากรู้สึกแบบนั้นมาแล้วรอบนึง หลังอ่าน ปีกแดง ของวินทร์ เลียววาริณจบ)

Across the Universe จาก วิกิพีเดีย
คลิปสัมภาษณ์ Jim Sturgess จาก about.com ในคลิป จะเห็น T. V. Carpio ที่แสดงเป็น Prudence ทำท่าตลกๆ ด้วย ชอบๆ

ขอบคุณพี่จิ๋ว ที่แนะนำให้ไปดูเรื่องนี้ (เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงอยากดูอีกรอบ)

[[แว่บ แว่บ]]

3 อย่างที่แว่บเข้ามาในหัวตอนนี้ (ไม่ได้เรียงลำดับ เรียงจากที่นึกออก)

บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์: เมื่อทีวีมีชีวิต “เปลี่ยนสี” ไว้อาลัย “พระพี่นาง” แต่ยังไม่ลืมสตางค์ค่าสปอนเซอร์ และว่าด้วย ความเศร้าโศก ก็มีชนชั้น

บทความ : การปิดเว็บไซต์ฟ้าเดียวกันเป็นเรื่องควรยินดี

เมื่อแมงมุมถูกบี้หัวมันจะตาย, เมื่อถูกตัดขามันจะพิการ - โอกาสในการอยู่รอดของมันจะลดน้อยถอยลง แต่องค์กรแบบปลาดาวนั้นตรงกันข้าม เมื่อตัดระยางค์ส่วนใดส่วนหนึ่งมันจะยืดระยางค์ขึ้นมาทดแทนส่วนเดิม เมื่อตัดแบ่งมันออก มันจะกลายเป็นปลาดาวตัวเล็กสองตัว!!

ปาฐกถาพิเศษ ธงชัย วินิจจะกูล : เสื้อเหลืองกับ อนาคตของการศึกษาเรื่อง รัฐ

พวกคุณเป็นกลไกรัฐหรือเปล่า

ขอ-ทาน-ศาล-เจ้า

บนโต๊ะอาหาร ก่อนวันปีใหม่ จำไม่ได้ว่้า ไปยังไงมายังไง บทสนทนาเีืิ้รื่องการให้เงินขอทานเริ่มต้นขึ้น คำพูดหนึ่งที่จำได้ คือ คำพูดของ girl friday ที่เล่าว่า แต่ก่อนก็มีแนวความคิดไม่ให้เงิน และคิดเรื่องเปลี่ยนโครงสร้างของสังคม แต่พอมาคิดว่า ต่อให้ชั่วชีวิตของเขาจนเขาตายไป โครงสร้างมันก็ยังไม่เปลี่ยนหรอก

บนโต๊ะอาหาร หลังวันปีใหม่ ศาลเจ้าในซอยแถวบ้านจัดงานโต๊ะจีน มีการประมูลผลไม้ที่แพคเป็นถาดๆ ต้นไผ่ ตุ๊กตาเทพต่างๆ -กวนอู ฯลฯ ผลไม้ถาดแรก (ว่ากันว่า ใครๆ ก็อยาก “เปียว” ถาดแรก–ออกเสียงประมาณนั้นแหละ เปีย…ว) 4,900 บาท ต้นไผ่ จำไม่ได้ว่ากี่หมื่นบาท ผลไม้ถาดอื่นๆ ก็ 1,000 บ้าง 1,300 บางถาดใหญ่หน่อย แถมล็อตเตอร์รี่เยอะหน่อย คนก็เปียวแข่งกันราคาสูง ทุกคนล้วนแต่ทำไปด้วยความรู้สึกดี ที่ได้ช่วยเจ้า และอิ่มบุญ

คาราเต้ ซีเกมส์

โดดงาน ลางานไปเป็นสตาฟฟ์คาราเต้ ซีเกมส์ ที่โคราชหลายวันเลย ทีแรกกะกันไว้ดิบดีว่า อยากแว่บดูกีฬาอื่นแข่งด้วย หลังเสร็จจากอบรม-เตรียมงาน-แข่ง (อบรม 8-9 ซ้อม 10-11 แข่งจริง 12-14) แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ไป เพราะบางวันกว่าจะอบรม กว่าจะเดินทาง ก็หมดวันพอดี บางวันก็ต้องเตรียมเอกสารสำหรับอีกวัน บางวันก็ขี้เกียจ แถมแต่ละสนาม ก็ไม่ใช่ใกล้ๆ ถ้าไม่มีรถก็ต้องหารถไปอีก (ได้ยินว่าบัตรสตาฟฟ์ ขึ้นสองแถวฟรี ลองแล้ว ปรากฎว่า ฟรีแค่บางคัน!)


แต่จะบอกว่าไม่ได้ดูกีฬาอื่นเลยก็คงเกินไปหน่อย อย่างน้อยๆ ก็ได้ดูวูซู ล่ะนะ (จริงๆ น่าจะอ่านว่า อู่ซู่ (แบบพินอิน)
–wushu) วูซู เป็นศิลปะการป้องกันตัวของจีน เปิดบางเว็บดู บอกว่า วูซูก็คือกังฟูนั่นเอง ได้ถ่ายคลิปตอนเขาแข่งท่ารำ (รู้สึกจะเรียกว่ายุทธลีลา) มาด้วย ไว้จะเอามาแปะ

กลับมาที่คาราเต้ ชิงกันทั้งหมด 18 เหรียญ ไทยได้ 2 เหรียญทอง จากคูมิเต้ (ต่อสู้) บุคคลหญิง รุ่นน้ำหนัก ไม่เกิน 53 กก. (ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา) กับ คูมิเต้ บุคคลชาย รุ่นน้ำหนัก มากกว่า 75 กก. (ปาตี สุวรรณสมศรี) ส่วนทองแดง 3 เหรียญ จากคูมิเต้ หญิง ไม่จำกัดน้ำหนัก (ญาณิศา) กาต้า บุคคลชาย กับ ท่ารำ ทีมชายและทีมหญิง

อ่านต่อ »

Older Posts »