ตอนเราเกิดมา ยายแท้ๆ ก็เสียไปแล้ว เลยไม่มียายเป็นของตัวเอง เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า เด็กที่ไม่ได้อยู่กับปู่ย่าตายาย จะเป็นเด็กก้าวร้าว ก็ไม่รู้ว่าจริงไหม (อาจจะจริง) ยายของเพื่อนข้างบ้านคนนี้ไม่ค่อยสบายมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ก่อนที่เพื่อนจะกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษ เราเองไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ว่ายายเป็นไงบ้าง หรือไม่สบายยังไง เพราะกว่าจะกลับบ้านก็ดึกแล้ว จะได้แวะไปก็ช่วงเช้าก่อนออกไปทำงาน ในวันที่ไม่ได้ตื่นสาย –ซึ่งก็มีไม่กี่วัน–ล่าสุดที่เจอยายคือ หลังตรุษจีน ยายเล่าว่ากินข้าวไม่ลง แกเลยนั่งกินขนมจีน แต่ก็กินได้นิดหน่อย ก่อนลาไปทำงาน ยายเอาส้มให้ 2 ลูก บอกว่า ส้มยายอร่อย เอาไปกินที่ทำงาน ทีแรกว่าจะเอาไปไว้ที่บ้านก่อน แต่ก็เปลี่ยนใจเอาไปกินด้วยดีกว่า “ส้มของยายอร่อยจริงๆ นะ”
เมื่อไม่มีกี่วันก่อน เพื่อนบอกมาทางเอ็มว่า ยายล้มในห้องน้ำ ฝากใครดูให้หน่อย เพราะไม่มีใครอยู่บ้าน เราเลยโทรไปบอกที่บ้านให้ช่วยดูให้ ต่อมาได้รู้ว่า ยายไปนอน ร.พ.ให้น้ำเกลือ และเข้าไอซียู ที่บ้านและลูกชายของแกบอกว่า ถึงมือหมอแล้วคงไม่เป็นไร อาจเพราะแกกินข้าวไม่ได้และอายุมากแล้ว พอล้มเลยเป็นหนัก
วันนี้ ตอนกินข้าวเย็นกับที่บ้านเลยได้รู้ว่ายายเสียแล้ว เมื่อตอนสี่โมงเย็นวันนี้
เหมือนถูกจู่โจม…
วันก่อนก็เพิ่งรู้ว่า อาแปะข้างบ้าน (อีกข้างนึง) เสียแล้ว ตอนเด็กๆ เรากับเพื่อนข้างบ้านหลานยายไปเล่นกับลูกสาวแกบ่อย จำได้ว่าชอบไประบายสีเล่นกัน หลังจากอาอึ้มหรืออาอี้ (จำไม่ได้ว่าเรียกเค้าว่าอะไร) เมียของแปะเสีย เราก็ไม่ค่อยได้ไปเล่นบ้านแกอีก อาจเพราะเริ่มโตแล้วด้วยมั้ง ล่าสุดที่เจออาแปะน่าจะเป็นวันที่เอาจดหมายของบ้านแกไปให้อย่างที่เคยทำ (บ้านเราเหมือนhub จดหมายบ้านไหนก็เอามาลงตรงนี้หมด บางทีบ้านเลขที่ใช่ แต่คนละเขตกัน พระโขนงโน่น บุรุษไปรษณีย์ยังเอามาให้เลย) บางครั้งแกจะออกมารับ บางครั้งก็ให้วางไว้หน้าบ้าน แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกับแกเท่าไหร่ ส่วนมากก็ยิ้มให้กันซะมากกว่า
จบดีกว่า…




ยังแก้ชื่อบล็อกแก ในลิสต์ชั้นไม่ได้เลยว่ะ ไว้มีโอกาสจะทำลิ้งค์ใหม่นะจ๊ะ
คิดถึง