หลังจากคราวที่แล้วปลา (ถูกสันนิษฐานว่า/ถูกทำให้) ป่วย คราวนี้คนใส่พาราฯ ให้ปลาป่วยซะเอง
แม่เป็นหวัด ไข้ขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ แต่ดื้อไม่ยอมไปหาหมอ จนเราเองป่วยบ้าง ไข้ขึ้นเหมือนกัน เลยได้ฤกษ์จูงมือกันไปหาหมอ
วันจันทร์ก็ยังไม่ดีขึ้น แต่ก็ออกไปทำงาน เพราะนอนอยู่ในบ้านมันอุดอู้และอากาศไม่ถ่ายเท – บ้านติดถนน ต้องเปิดแอร์ตลอด ไม่งั้นร้อนตับแตก แต่เปิดแอร์ก็หนาวอีก (ช่างไม่มีความพอดีเอาเลย)
วันนี้ก็ยังไอค่อกแค่ก ตัดสินใจว่าคงต้องนอนซักวันจริงๆ เลยใจง่ายไปตามคำชวนของพี่ยุ้ยที่เสนอว่า “ไปนอนบ้านเรามั้ย?”
เดินทางด้วย 507 เป็นรถ ปอ. รุ่นบุกเบิก เก่ามากๆ แล้ว (รถเมล์คันไหนไม่เก่าบ้าง?) หลังจากนั่งลงก็เหลือบไปเห็น


เดี๋ยวนี้เขาโฆษณากันอย่างนี้แล้วเหรอเนี่ย หันไปถามพี่กระเป๋าว่ามีมานานยัง เธอบอกว่า ตั้งนานแล้ว – ไม่กล้าถามต่อ สายตาที่มองมาแปลกๆ เหมือนว่า ไปอยู่ที่ไหนมา ไม่เคยเห็นเหรอไง (อันนี้อาจคิดไปเอง)
จริงๆ แล้ว ถ้าเอาไอ้อันนี้บวกกับตู้ขายน้ำอัตโนมัติได้ก็คงแปลกดี เวลาอยากดื่มอะไรก็เดินไปที่ที่จับอันนั้น หยอดเหรียญ เปิด – อาจต้องคิดวิธีวางกระป๋องใหม่ – แล้วมีหลอดห้อยลงมา แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ถ้ารถคันนั้นซิ่งมากๆ พอเปิดปุ๊บ…. มันอาจจะพุ่งหมดกระป๋องเลยก็ได้นะ
ถึงบ้านพี่ยุ้ย สิ่งที่ทำก็คือ กิน อ่านหนังสือ นอน นอน นอน (จริงๆ หลับไปแค่ 2-3 ชั่วโมงเองมั้ง) ตื่นมากินข้าว มีหมูผัดขิง ต้มจืดหน่อไม้กระดูกหมูและ… อาหารฟิลิปปินส์ อีกอย่างนึง คล้ายๆ ไก่หยอง ตบท้ายด้วยสับปะรดหวานฉ่ำ

รู้สึกว่า อาการดีขึ้นทันตา …
เบื้องหลังผู้มีอุปการคุณ

ตบท้ายด้วย วิวจากห้องพี่ยุ้ย ยามค่ำคืน





ทำไมไม่มีรูปกับข้าว มีแต่รูปจานชามหม้อที่ล้างแล้ว
รูปสองตายายตรงระเบียง สวยดี เอาไว้เป็นสไลด์วันแต่งด้วยนะ
ฝนตกจอมอิจฉา (ไม่ได้มากินข้าวและนอนเล่นที่บ้านลอยฟ้าของเรา)
คาดว่าตอนกินคงหิวกันน่าดูน่ะ จานชามมันเลยเรียบร้อยเหมือนไม่เคยมีกับข้าวมาก่อน
หุหุ อย่างงี๊แหละ ที่เขาเรียกว่า กินไม่เหลือเผื่อ….ใครๆ เยย