เปล่า ไม่ได้จะเล่าเรื่องเบราเซอร์ แต่จะเล่าเหตุการณ์เมื่อตอนค่ำ
วันนี้ ใช้ชีวิตช่วงบ่ายอยู่ในห้องสมุด เพื่อหาข้อมูลเขียนงาน ขากลับรู้สึกอยากนั่งลมโกรกๆ เลยเลือกไปนั่ง 47 ที่ป้ายรถเมล์ตรงท่าช้าง ระหว่างรอก็นึกทวนในหัวว่ามีงานอะไรที่ต้องทำอีกบ้าง ใกล้วันหยุดทีไร งานจี้ตูดทุกที … งานที่ต้องส่งคืนนี้ งานที่ต้องส่งพรุ่งนี้ ข้อมูลที่ต้องหาเพิ่ม งานที่ต้องปริ้นท์ …. โครม … รถชน? หันไปดูทางหัวมุมตรงลานท่าช้าง (เขาเรียกงี้ป่าว) ภาพที่เห็นคือ รถเมล์เล็กสีเขียว สาย 203 เสยสามล้อขึ้นมาบนฟุตบาท พวกพี่ผมยาวที่นั่งกันอยู่ที่ด้านหลังป้ายรถเมล์ (ดูตอนหลังเห็นมีกีตาร์ เป็นคนที่มาเป็นเล่นเพลงเปิดหมวก?) ตะโกน “เฮ้ยๆๆๆ” แล้วก็วิ่งๆๆๆๆๆ ไปที่จุดเกิดเหตุ ไอ้เราก็วิ่งไปกับเขาด้วย (ไปหมดป้ายอะ มันใกล้กันมาก)
“อย่าหนีนะมึง” พี่ซักคนตะโกน “อย่าลงมานะเว้ย” “อยู่บนนั้นแหละ” … และอีกหลายประโยค ทุกคนวิ่งไปที่คนขับก่อนเลย สงสัยมีชนแล้วหนีบ่อย เราและคนที่รอรถอื่นๆ เดินไปใกล้พี่สามล้อ แกกระเด็นออกมานอนนิ่งๆ (ไม่ได้สลบ แต่ท่าจะขยับไม่ได้) เห็นแกยังมีสติอยู่ก็ค่อยโล่ง กระเด็นออกมาไกลเหมือนกัน แบตเตอรี่รถนี่กระเด็นออกมาด้วย รถสามล้อ ไปๆ มาๆ ก็ไม่ต่างจากมอเตอร์ไซค์นะ ไม่มีอะไรห่อหุ้ม บุบไปเกือบครึ่งคัน ส่วนรถเมล์กระจกหน้าแตกลงมาหมด ผู้ชายเสื้อแดงคนนึงที่ยืนรอรถอยู่ (ติดเข็มกลัดคุณซาบซึ้งที่กระเป๋าด้วย) มีขึ้นไปตรวจความเสียหายบนรถเมล์ด้วย (วิ่งเร็วมาก) ซักพักนึง ก็มีรถมา รถของหน่วยดับเพลิงมาก่อนเลย … (ก็ยังทำไรไม่ได้) หันไป เฮ้ย 47 มา (รถฟรีด้วย) แล้วก็… ไปแล้ว กรรม…
ซักพัก รถที่มีคนที่น่าจะสามารถพยาบาลเบื้องต้นได้ก็มา พี่ผู้หญิงคนนึงมาพร้อมถุงมือยางสีขาวหนึ่งข้าง มาจับๆ พี่สามล้อ แล้วก็ตะโกนกัน “ดามแขนเลยๆ” “เช็คหัวไหล่ด้วย ไหล่อะ” พี่สามล้อถูกตัดขากางเกงขวาด้วย แต่ไม่รู้ว่าเป็นไร อีกแป๊บ รถมอเตอร์ไซค์ของตำรวจก็มา พอเห็นว่า เริ่มครบเซ็ตเลยเดินกลับมานั่งรอรถเมล์ต่อ ก็เห็นรถพยาบาลอีกคันจากรพ.กลางวิ่งมา (งง มีหลายคันมาก) อีกแป๊บก็มีมอไซค์ของหน่วยกู้ภัยอะไรซักอย่างวิ่งมาอีกสามคัน (มีไฟไซเรนด้วย วิ้งๆ มาก) แล้วอีกพัก รถกระบะของตำรวจ สน.พระราชวังก็วิ่งมา จอดเลนถัดจากรถคันอื่นๆ ซะงั้น (ตรงนั้นมีแค่สองเลน ไปกลับอย่างละเลน แต่ตรงหัวมุมมันพอมีที่หน่อย) กลายเป็นรถตำรวจทำให้รถติดซะเอง พักใหญ่ๆ ตำรวจก็คุมตัวพี่คนขับรถเมล์มา กระเป๋าก็เดินมาด้วย (เดาว่าเป็นแฟนกัน แหนะ รู้ได้ไง)
หลังจากอยู่ตรงนั้นได้ครึ่งชั่วโมง 47 อีกคันก็มา พอขึ้นรถ พี่คนขับชะลอดู พี่กระเป๋าชะโงกดู คนขับตะโกน “เฮ้ย รถตำรวจ” “เฮ้ย อะไรวะ ปิดถนนเหรอ” “เฮ้ย ม็อบปิดถนนเหรอ” …. เอ่อ ม็อบจะมาปิดท่าช้างทำไมพี่… “รถชนพี่ รถเมล์ชนสามล้อ” เราตะโกนบอก เพราะกลัวแกจะจินตนาการไกลไปกว่านั้น จากนั้น พี่กระเป๋าก็วินิจฉัยว่า รถสามล้อท่าทางจะต้องซื้อใหม่ลูกเดียว แล้วเอาป้ายทะเบียนเก่ามาใส่ ส่วนพี่คนขับก็แปลกใจว่า 203 มาโผล่ตรงนั้นได้ไง เพราะ 203 ต้องเลี้ยวตั้งแต่ตรงแยกสนามหลวงแล้ว ถ้าเป็นสาย 1 ก็ว่าไปอย่าง (ว่างมากใช่ไหม เก็บรายละเอียดมาหมด)
ตั้งแต่ตอนเหตุเกิดตอนสองทุ่มครึ่งโดยประมาณ จนถึงตอนนี้ เรายังงงๆ อึ้งๆ ไม่หายเลย เรื่องงง เรื่องงาน ที่คิดไว้ก่อนหน้านั้น ตอนนี้กระจัดกระจายไปกับเสียงรถชนหมดแล้ว TT_TT




อ่านแวบแรกผมตระหนกมาก เนื่องจากที่บ้านผม (อุตรดิตถ์) “สามล้อ” หมายถึงพาหนะคล้ายจักรยานคันใหญ่ มีที่คุ้มหัวผู้โดยสาร ขับเคลื่อนด้วยขา
สามล้ออย่างในเรื่องนี้ (มีแบตเตอรี่ให้กระเด็นออกมาได้) บ้านผมเรียก ตุ๊กตุ๊ก อะ
นี่แหละนะพวกคนเมืองกรุง ก๊าก
ผจญภัยมาก
@tewson -_-” (ไปดูในบล็อกอันเก่า ก็ใช้สามล้อมาตลอดแฮะ)
@pigtheday นั่นแน่
คุ้นแถวนั้นมากๆ ว่าแต่คนมากันเต็มเลย
โครมเดียว…
ทั้งกระจัดกระจาย
และกระเจิดกระเจิง